ที่เคยเป็นบทกวีเก่าๆ
posted on 28 May 2012 22:26 by normarหยิบหนังสือ "ไม่มีโทรศัพท์และเครื่องปรับอากาศ" ของวรพจน์ขึ้นมาอ่านแกล้มกาแฟบนม้าหินอ่อนตอนเช้า รสชาติตัวอักษรของเขาก็ยังอิ่มในอารมณ์เหงาเหมือนเคยอ่านเมื่อแรกซื้อในปี 50 ... คนบางคนสามารถสร้างอะไรบางอย่างให้มีอายุยาวนานกว่าที่มันเป็น ขณะที่บางคนกับการกระทำสิ่งเกิดขึ้นเพื่อให้ลืมไปได้เดี๋ยวนั้น มันคือความแตกต่างระหว่างการให้ความหมายและความสำคัญ
ผมเลื่อนวันเดินทางกลับไปงานศพยายไปอีกวัน โดยต้องเดินทางไปขึ้นรถพี่ชายที่บางพลี แม้จะไม่อยากเดินทางร่วมกันมากนักแต่ก็มีความจำเป็นบางอย่างที่ต้องไปพร้อมกัน แม่เคยกังวลว่าพี่น้องจะตัดญาติขาดเชื้อกันในวันหนึ่งวันใดข้างหน้า... ผมว่ามันไม่ใช่การตัดขาด แต่เป็นการอยู่กันตามลำพังชีวิตใครชีวิตมันมากกว่า ซึ่งเป็นอย่างนั้นได้ผมก็คิดว่าตัวเองน่าจะมีความสุขดี
อันที่จริงผมมีที่อยู่แปลงหนึ่ง มันอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่จัดสรรให้ทำเกษตรกรรม เป็นที่ดินแปลงไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับเจ้าของแปลงรอบข้างที่กว้านซื้อกันไว้เผื่อชาติหน้า ในวันที่เคยไปดูที่แปลงนี้ ผมเคยวางแปลนอนาคตเมื่อตัวเองมาอยู่ มีลำธารที่ต้องขุดลอก มีเนินดินโดดเด่นสำหรับที่พักหลังเล็กๆ มีโรงเรือนและพื้นที่ขยายพันธุ์ไม้ และคงมีมุมนั่งเล่นดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมผา ... เวลาผ่านมาหลายปี ที่ก็ยังคงว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ และผมเองก็มีชีวิตผิดเพี้ยนไปจากความฝัน ทั้งที่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ สุดท้ายมันก็ถูกหลงลืมและปล่อยให้หลุดลอยไปจากชีวิต
กับบางคน... ผ่านไปจากชีวิตนานจนควรจำไม่ได้ แต่ในหัวใจยังรู้สึกอยู่ ทุกครั้งที่นึกก็คือทุกครั้งที่เจ็บ ทุกครั้งที่สุขคือทุกครั้งที่ทุกข์ บางคำถามให้ตัวเองเป็นต้นว่า "เมื่อไหร่ที่มันจะผ่านพ้นไป?" หาคำตอบให้ตัวเองเท่าไหร่ๆ ก็ตามแต่ 5 ปี 10 ปีก็ยังไม่ผ่านพ้นซักที บางสิ่งนี้คงไม่ได้มีความเป็นนิรันดร์ แต่นานเท่าชีวิตที่ต้องผ่านไปก็คงเป็นได้
เช้าตรู่... ผมอาจจะต้องตื่นเช้า ดึกดื่น... ผมอาจจะยังไม่ได้ล้มตัวหลับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเองกระทำกับตัวเองด้วยธุระและไร้สาระ แต่ก็หนักไปทางไร้สาระมากกว่า ครั้นจะเปลี่ยนแปลงก็ไม่เคยง่ายดาย คงเพราะความเคยชินเป็นแล้วหายยาก
เมื่อวันก่อนผมสมัครบล็อกของนานมีบุ๊คเอาไว้ ตั้งใจว่าจะมีโลกอีกซักใบสำหรับหัวใจรักการอ่านของตัวเอง เช่นเดียวกันกับที่ห้องสมุดก็มีล็อกอินส่วนตัวสำหรับโลกจินตนาการ ... นึกถึงวันเวลาแรกเจอเว็บบอร์ดของบรรดานักอยากเขียน ผมเป็นนักเลงกลอนที่อยากเป็นกวี มีใครบางคนเป็นต้นแบบวิธีคิด แม้ว่าชีวิตจริงของเขาที่ได้เรียนรู้และรู้จักในภายหลังจากห่างไกลความเป็นเขาในมโนนึกมากก็ตาม ตอนนี้ผมก็ยังชื่นชอบเขาอยู่ แม้จะลดทอนลงไปในการติดตามผลงาน แต่ก็ซึ้งใจแรงบันดาลใจที่มีต่อตัวตนของผมเมื่อวันวัยครั้งนั้น
บันทึกที่เป็นเนื้อกระดาษหลายเล่มอุดมตัวอักษรและคำ ไม่ใช่อย่างที่บันทึกผ่านบล็อก แต่มันกรองเอาแต่ไม่กีประโยค ไม่กี่บรรทัด... ในหลายๆ คำเริ่มต้น... ผมชอบสิ่งนี้ "ฉันชอบบทกวีที่กล่าวถึงความรัก..." ต่างวันต่างเวลาที่จรดดินสอหรือปากกาลงเขียน ผมจะเติมมุมมองใหม่ที่มีต่อความรักลงไปในรอยต่อการเรียนรู้ความรักของตัวเอง บ้างก็ความรักของผู้คน บ้างก็ความรักของตัวเอง บ้างก็สุข บ้างก็เศร้า แล้วก็ปล่อยหัวใจเรียนรู้มุมมองใหม่เหล่านั้น
"ฉันชอบบทกวีที่กล่าวถึงความรัก
ถึงฉันไม่ได้เขียนบทกวีมานานเป็นสิบปี
แต่ความรักก็ยังมีอยู่บนโลก
และมีคนบนโลกเขียนบทกวีถึงความรักอยู่เสมอ
ความรักคือเธอคือฉันแต่มันไม่ได้หมายถึงเราสองคนเท่านั้น
คนของเธอ คนของฉัน นั่นก็ไม่ได้ครอบคลุมเพียงคนเหล่านี้เท่านั้น
มีคนแปลกหน้าในเรื่องราวความรักของเราด้วย
บางคนเป็นส่วนหนึ่ง บางคนก็แค่ข้องเกี่ยว
ความรักในสายตาเรานั้นสีสันสวยงามเสมอ-เธออาจคิดเช่นนั้น
ความรักในสายตาฉันก็สวยงามเสมอ-เมื่อฉันมองเห็นเธอเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องเรียนรู้ความรักในสายตาโลกบ้าง
บางครั้งมันอาจจะไม่งดงามเท่าที่เราเห็น
แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ฉันชอบบทกวีที่กล่าวถึงความรัก
แม้ไม่เหลือความรักเพราะไม่เหลือคำว่าเราอีกแล้ว"
ผมลองเขียนมันขึ้นในอารมณ์ตรงหน้า... บางทีวันหลังที่ผมตั้งใจกว่านี้... มันคงน่าอ่านเหมือนครั้งที่เคยเขียนทุกวัน