ของขวัญปีใหม่

posted on 13 Dec 2009 06:00 by normar

ผมเริ่มขยับการอ่านหนังสือเรียนไปถึงหน่วยที่ 3 และพบว่า "เออ...แหะ! กฏหมายมันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่เข้าใจมันดีนักจริงๆ ด้วย"

ออกไปรับพี่สาวที่มาจากพิดโลกที่ขนส่งตอนตี 5 นี่เอง คิดว่ามันคงอยู่บ้านไม่กี่วัน พอมันขึ้นรถได้ก็บลาๆๆๆ มาถึงบ้านก็ทำเอาหมาที่บ้านออกอาการบลาๆๆๆ ไปด้วย ประสานเสียงกันสนั่นหวั่นไหว ไอ้เราก็ง่วงๆ ว่าจะงีบแต่อดทนไม่นอนต่อ คิดว่าไหนๆ ก็จะเช้าแล้วอ่านหนังสือแทนการล้มตัวลงนอนเถอะ... เหอๆ ดูเหมือนคนขยันใช่ไหม? ไม่ใช่หรอกนะ... ถ้าไม่อ่านซะบ้างมันจะอ่านไม่ทันตะหาก

หยิบส้มจากในตู้เย็นมาประทังท้อง กล้วยไข่ทั้งหวีโดนยายจัดการไปแล้ว กล้วยน้ำว้าสุกตัดเครือลงมาจากต้นเมื่อวานก่อนอันที่สุกก็โดยยายจัดการไปแล้วเหมือนกัน ไม่รู้แกไป(ตายอดตายอยาก)หิวมาจากไหน กินข้าวทีละจานพูนๆ ของกินบนบ้านไม่เคยเหลือ ส้มสายน้ำผึ้งไม่แว็กซ์ผิวมันจะด้านๆ ซื้อส้มสายน้ำผึ้งอย่าซื้อลูกที่แข็งๆ เวลาหยิบใส่ถุงให้เลือกลูกที่ดูเต็มๆ มีสัมผัสนิ่มมือนิดนึงแต่ไม่ใช่นิ่มเหี่ยว ส้มตลาดนัดแถวนี้โล 25 บาทซื้อทีไรต้องสองโลทุกที

เมื่อวานเป็นวันเปลี่ยนดินกระถางต้นไม้ เอาเล็บครุฑเขียวใบละเอียดมาเปลี่ยนกระถางให้ได้พุ่มใหญ่ขึ้นเพราะมีลูกค้าสั่งของไว้ ไปตามหาต้นไม้ที่สั่งได้ไม่พอจัดหน้าร้านเลยต้องเอาของตัวเองเติมเข้าไป หอบหิ้วลิ้นมังกรใบยาวขอบทองจากที่บ้านไปใส่กระถาง เอาครีบปลาวาฬและลิ้นมังกรใบขาวจากที่ร้านต้นไม้ของพี่มาแยกกระถาง ซื้อหน้าวัวแคระมาหลายกระถาง จับเปลี่ยนเครื่องปลูกและแยกหน่อทำจำนวน จากนั้นก็ขนกลับมาบ้านทั้งหมด หอบหิ้วกระถางจากในร้านมาใส่หลังรถรอบแล้วรอบเล่า กลับบ้านมา... ชักปวดเอว...

วันก่อนอ่านหนังสือของพี่ชาติ แกพูดถึงเรื่องตรวจสุขภาพทุกปี นี่ก็อยากจะทำแต่ไม่ทำซักที ปีนี้ล่ะจะไปตรวจสุขภาพตัวเองเป็นของขวัญปีใหม่ เพราะปีใหม่คงไม่ได้ไปไหน... ไม่มีใครอยากป่วยหรอกนะ ผมว่า... อย่างตัวเองถ้าไปตรวจแล้วสุขภาพปกติดีผมก็ถือว่าโอเค แต่ถ้าจะป่วยด้วยโรคอะไรก็ตามผมก็คงไม่ทุกข์ใจ (ใจลึกๆ อยากป่วยเป็นอะไรซักอย่าง) ความป่วยกับความตายอยู่ไม่ห่างเรา ผมไม่กลัวป่วยไม่กลัวตาย แต่ผมกลัวความเจ็บ ผมว่าเจ็บทรมาน โดยเฉพาะเจ็บปวดใจนี่ทรมานมาก ป่วยใจยังแค่ทำให้รู้สึกอับเฉาที่จะใช้ชีวิต ความตายเคยเฉียดเข้ามาเมื่อหลายปีมาแล้วในมูลเหตุที่เกิดจากป่วยใจ... ผ่านมาได้ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่เคยเป็น

ฟ้าสางแล้ว... ได้เวลารดน้ำต้นไม้

คุณ... ต้นไม้หลายต้นที่เกี่ยวพันกันกับพวกเรา ผมยังคงดูแลไว้ดี แม้จะมีต้นไม้อื่นให้ดูแลมากขึ้นเยอะเลยก็ตาม วันนี้ขนต้นไม้กลับบ้าน ยังบอกแม่อยู่เลยว่าถ้ายังขนต้นไม้ไปขนต้นไม้มาแบบนี้ไปอีกซักปี บ้านคงมีต้นไม้เต็มสมใจ...

คิดถึงนะ... แต่ผมอยู่ได้...ไม่เป็นไร...

อยู่ได้

posted on 11 Dec 2009 09:06 by normar

อันที่จริงผมเขียนอะไรยาวๆ เอาไว้แล้วเมื่อวาน แต่พอกดเอ็นเธอร์ปุ๊บ... ระบบก็แฮ้งค์ปั๊บ... แถมหน่วยความจำของเว็บก็ดันจำอะไรไม่ได้เสียอีก...

ผมเล่าเรื่องไปจ่ายตลาดตอนเช้าที่ตลาดสดเล็กๆ หน้าโรงพยาบาลได้ผักพื้นบ้าน ดอกไม้สำหรับไหว้พระ ขนม เนื้อหมู และอื่นๆ ชนิดที่ว่าหิ้วกลับารถได้นิ้วก็ชักจะชาๆ แล้วผมก็เล่าเรื่องร้านต้นไม้กับลูกค้าสารพัดที่สักแต่คิดว่าต้นไม้ที่เอามาขายราคาแพง ทั้งที่มันเป็นต้นไม้ราคามาตรฐานไม่ต่างจากซื้อในกรุงเทพฯ แถมเป็นบรรดาสารพัดพันธุ์ไม้ที่ร้านต้นไม้อื่นแถวนี้ไม่เคยคิดจะเอามาขาย สรุปว่าแค่เอามาให้ได้ดูเป็นขวัญตาก็ดีแค่ไหนแล้ว (ต้นไม้บางต้นที่เอามาซื้อไอ้พวกไม้ราคาถูกๆ ที่ร้านแถวนี้ขายกันได้เป็นสิบต้น)

แล้วผมก็เล่าเรื่องอากาศหนาวๆ เรื่องปลูกต้นไม้ที่บ้าน เรื่องหนังสือเรียนที่มาครบทั้งสามวิชาแล้ว มีวิชาละ 15 หน่วยแต่ผมเพิ่งอ่านหน่วยที่ 1 ของวิชาที่ 1 จบเอง...

วันนี้ผมตื่นเช้าตามปกติ ยกต้นไม้ท้ายรถที่เอากลับมาจากร้านไปวางบนชั้น เอาบีโกเนียเข้าไปเก็บในเรือนชำปลูกต้นไผ่ฟิลิปปินส์ ครีบมังกรมูนไลส์ พรมญี่ปุ่นที่รื้อจากกระถางที่ร้าน แล้วก็ลงมือรดน้ำต้นไม้ แม่คอยบอกว่ามันแปดโมงแล้ว เก้าโมงแล้ว... ก็นะ... ในเมื่องานมันยังไม่เสร็จจะให้ออกไปร้านเลยก็ไม่ได้หรอก

ผมเล่าให้คุณได้อ่านว่าผมคิดว่าการที่ตัวเองพยายามทำให้เหมือนเป็นคนมีงานยุ่งตลอดทั้งวัน ส่วนหนึ่งก็เพื่อไม่ให้ตัวเองมีเวลาว่างมานั่งเหงา คนเราเวลาอยู่ว่างๆ มักคิดอะไรเรื่อยไป คิดก็คิดมากไม่ดีนักหรอก อารมณ์อบบนั้นมักสะท้อนกลับมาให้ใจเจ็บ ผมว่าผมเองชักจะเจ็บจนเคยชินแล้วมั้ง... เคยชินที่จะเจ็บ เคยชินที่จะเหงา มันเลยสามารถที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างไปทั้งที่เหงาอยู่นี่แหละได้

ผมอยู่ได้... แม้จะเป็นการอยู่อย่างที่ไม่สมบูรณ์ในความสุขนัก ผมว่าผมก็ยังอยู่ได้
แล้วคุณล่ะ??? มีความสุขดีใช่มั้ย?

หายไปหลายวัน

posted on 09 Dec 2009 20:58 by normar

ว่าจะไม่เขียนบล็อกสักระยะ แต่ไม่ได้คิดจะเลิกเขียน รับปากกับคุณไว้ว่าจะเขียนให้คุณอ่าน แต่ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะไม่ได้เขียนอะไรเลยรวมๆ แล้วก็นานวันเหมือนกัน...

ผมเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯหลังเข้าไปเดินเลือกต้นไม้และกระถางใส่หลังรถมาพอประมาณ ถนนกลางคืนจากบ้านมาทางโชคชัย ผ่านแยกปักธงชัยจนถึงจุดเชื่อมต่อถนนมิตรภาพนานทีจะมีรถสวนทางมาคันแต่พอเข้าช่วงมุ่งหน้าเข้าสีคิ้ว ปากช่อง ไปสระบุรีรถวิ่งตามกันเหมือนผู้คนเพิ่งกลับจากเทศกาล

วันเวลาช่วงนี้ของผมยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ หนังสือเรียนจากมหาลัยเพิ่งส่งมาครบวันนี้ เพื่อนต่างคณะสมัยเรียนที่ท่าพระจันทร์โทร.มาบอกข่าวงานแต่ง วันนี้เลยได้ฤกษ์โทร.หาเพื่อนอีกคนเรื่องไปงานพร้อมทั้งถามไถ่วิธีการอ่านวิชากฏหมายให้เข้าใจง่ายและเข้าใจดี

ต้นไม้ในร้านที่โทรมและที่สภาพต้นไม้สวยเริ่มถูกทยอยเอากลับบ้านเพื่อแทนที่ด้วยต้นไม้ที่สวยและของตกแต่งสวนและบ้านที่ไปซื้อหามาใหม่ เรือนชำยังอยู่ในสภาพรอยกเครื่องใหม่ แต่ต้นไม้วางอยู่เกือบเต็มแล้ว... ท่าทางจะต้องขยายเพิ่มเติม พอดีจะเอาช่างมาทำห้องน้ำที่ชั้นล่างบ้านด้วย แม่บนว่าขี้เกียจขึ้นมาเข้าบนบ้าน แถมเวลาพวกคนมาทำงานที่บ้านก็จะได้ไม่ต้องขึ้นมาใช้ห้องน้ำข้างบน

เวลามีคนสักคนเดินไปจากชีวิตเรา ผู้คนก็คงจะต้องเหงาใช่ไหม? ผมว่าผมชักจะเคยชินกับความรู้สึกเหงาแล้วล่ะ ไม่ใช่ไม่เหงา แต่เคยชินกับการที่ตัวเองต้องมานั่งเหงา ตอนนี้ผมเลยค่อนข้างจะสามารถทำงานไปทั้งๆ ที่เหงานี่แหละได้ระดับหนึ่ง

ผมยังไม่ได้โทร.บอกใครคนหนึ่งซึ่งรอให้เข้ากรุงเทพฯ และไปเดินดูไฟประดับด้วยกัน และเช่นกันยังไม่บอกใครคนหนึ่งซึ่งรอจะได้เจอหน้าเจอตากันบ้างหลังเจอกันครั้งสุดท้ายหลายปีที่แล้ว และใครบางคนที่ผมรู้ว่าอยากเจอแต่ไม่ควรได้เจอ ผมเลือกอยู่ตรงนี้และให้บางอย่างเลื่อนลอยผ่านไป

เพื่อนสาวนักเขียนโทร.มาถามเรื่องหมาป่วย อันที่จริงหมายถึงจะฝากถามคุณหมอพี่สาวของผมอีกที เลยคุยๆ กันไว้ว่าอยากโผล่หัวไปหาเหมือนกัน อารมณ์ประมาณคิดถึงต้นดอกหน้าวัวที่แม่แยกมาขยายใส่กระถางไว้จากต้นในแปลง พูดง่ายๆ คือจะไปอ้อนขอต้นหน้าวัวแม่คุณเธอซํกหน่อย... และบางทีอาจจะได้อะไรกระตุ้นต่อมทำงานเขียนเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง

ผมเพิ่งอ่าน "ปีกนางฟ้า" ของโยชิโมโต บานานา คนเขียน "คิทเช่น" จบเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ผมไม่ค่อยฝันหรือถ้าฝันก็เป็นประเภทพวกจำความฝันไม่ได้ แต่ผมเป็นพวกคุ้นว่าเคยเห็นภาพอะไรบางอย่างที่เห็นตรงหน้ามาก่อนบ่อยครั้งมาก มันคงน่าฝันกลางวันดีถ้าพบว่าตัวเองเห็นใครสักคนหนึ่งเพื่อที่จะได้คุ้นตาว่าเคยเห็นกันมาก่อน แน่นอน...ผมหวังว่าจะเป็นใครสักคนที่ผมรอคอยอยู่ (ว่าแต่ใครกันล่ะ?)

ปีนี้... หลายอย่างสำหรับผมเริ่มต้นและหลายอย่างสำหรับผมจบลง มีเริ่มและมีจบ นี่แหละเรื่องปกติของชีวิต...
ต้นปีหน้าผมว่าจะลองเริ่มอะไรใหม่ๆ ซักอย่างเช่นการออกเดินทางไปเห็นโลก ผมตั้งใจจะไปลาวซักอาทิตย์ในช่วงปีหน้า จากนั้นค่อยหาเรื่องไปเวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ไกลออกไปเรื่อยๆ จากประเทศแม่ที่ได้ไปเห็นมาเหนือจรดใต้และออกถึงตกในจำนวนสถานที่และเวลาที่ได้ใช้เดินทางมากกว่าคนส่วนใหญ่ๆ

ถ้าโชคดี... ผมคงโชคดี!!!