ก่อนเดินทาง

posted on 04 Jun 2013 07:10 by normar
หลังทำงานยาวรวดเดียวเดือนกว่าๆ ท่ามกลางแดด ลม ฝน ไฟและสี วันนี้น่าจะเสร็จงานเรียบร้อย
 
เช้าที่ผมมักตื่นสายหน่อยเพราะงานที่นี่เร่งน้อยกว่าที่อื่น หมายถึงเวลาเข้างาน 8.30 น.ไปแล้ว ทำให้ผมเลือกเวลา 7 โมงเป็นยามตื่น เอาเวลาตี 2 เป็นยามนอน สนุกและบังคับตัวเองให้เขียนนิยายให้ได้ทุกคืน แต่ก็มีบางคืนที่อู้เขียนเอาแต่เล่นเกมบ้าง อ่านการ์ตูนบ้าง ฟังเพลงบ้าง ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์นี่แหละ
 
อย่างเมื่อคืนกว่าจะปั่นนิยายเพื่ออัพตอนใหม่ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า ไปนั่งดูตารางเวลาอัพนิยายมันขึ้นด้วย 00.XX น. เกือบทั้งนั้น
 
ผมเล่าค้างไป... เช้าที่ผมมักตื่น 7 โมงนั้น วันนี้ผมตื่นตั้งแต่ 6 โมงเพื่อหอบหิวผ้ากองโตไปซํก โชคดีที่เครื่องซํกผ้าหยอดเหรียญตั้งร้านอยู่ข้างๆ ด้วยว่ากว่างานจะเสร็จก็คงบ่ายแก่ๆ กว่าจะกลับมาห้อง กว่าจะเดินทางกลับสมุทรปราการ กว่าจะไปนครชัยศรี กว่าจะได้นอน....
 
รุ่งขึ้นผมก็ต้องเก็บข้าวของเพื่อเดินทาง ผมตั้งใจจะไปแวะร้านหนังสือนักเขียนคนโปรดที่อุทัยธานีแล้วถึงค่อยต่อรถไปเชียงใหม่ เยี่ยมเพื่อนที่รู้จักและเคยเมามาด้วยกันสมัยที่อยู่กรุงเทพฯ ซึ่งไปเปิดร้านขายกระเป๋าที่เชียงใหม่ จากนั้นก็ไปปาย ... ผมมีตอนสุดท้ายของเรื่องหนึ่งที่เขียนอยู่ตอนนี้ไว้ในใจแล้ว เป้นบทส่งท้ายของเรื่องที่เขียนจบมาหลายปี แต่ไม่ปิดเรื่องสักที
 
ผมจองที่พักที่ปายไว้ ... เจ้าของที่พักเคยแซวว่า "มาคนเดียว อกหักหรือเปล่า?"
 
ผมคงอกหักมาตลอดชีวิต ตั้งแต่วันที่เลิกกับใครคนนั้น และอกหักมาตลอดชีวิต ตั้งแต่วันที่มี่ความคิดว่าจะรักใครอีกสักคน ใช่... ผมอกหักในร่องรอยการใช้ชีวิตแต่ผมก็ดีใจที่ได้ริอาจจะรัก และดีใจที่ความรักนั้นจบลงที่ตรงได้ริอาจจะรัก เพราะท้ายที่สุด ผมก็รู้ว่าความทรงจำบางอย่างยังแน่นเกินไป...
 
เพียงแต่ตอนนี้สภาพจิตใจกำลังได้รับการเยียวยา ผมหมายถึงผมกำลังเขียนนิยายบำบัดสิ่งที่ตัวเองติดค้างอยู่
 
ถึงตอนนี้ผ้าน่าจะซักเสร็จแล้ว.... ไว้ผมสะดวกจะมาเล่าให้ฟังว่าที่ปายในวันฝนพรำเป็นเช่นไร
ปล. ผมคงไม่หวั่นไหวจนตายหรอกนะ หวังว่า.... 

เสียงของลุลา

posted on 02 Jun 2013 16:14 by normar
ฝนตกพรำสาย... สายหมอกคงลงมาจากเขาแล้ว แต่ผมยังอยู่บนเนิน
 
เดิมทีตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันแรกที่นอนฟังเสียงฝนตกจากห้องพักที่นั่น "ปายในฤดูฝน" แต่งานที่สูงเนินต้องแก้ไขแถมวันอาทิตย์ที่อยากเร่งงานทางบริษัทเจ้าของงานก็ขอหยุดพักอีก ก็เลยทำได่แค่ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 6 รู้สึกผิดจริงๆ เพราะขอเลื่อนมาเป็นรอบที่สองแล้วด้วย
 
วันอาทิตย์ที่ปั่นงานเขียนยังไม่ค่อยคืบหน้า... นอนกลางวันไปตั้งสามชั่วโมง ก็แหม...อากาศน่านอนขนาดนี้
 
จริงผมว่าการได้ทำงานหาเงินสลับกับทำงานหาความสุขแบบที่ทำอยู่หลายเดือนมานี้ก็เข้าทีอยู่ เคยนึกสงสัยว่าพวกฝรั่งที่มันทำงานกันสามเดือนพักเดือนนึง ทำงานหนึ่งปีพักสามเดือนมันเป็นอย่างไร ก็... อ๋อ... แบบนี้นี่เอง ตอนนี้ไม่คิดมากคิดมาย ทำงาน ใช้งาน หาเงิน ใช้เงิน ปลายปีคงได้อะไรดีๆ...
 
ซื้อลอตเตอรี่ไหม? ซื้อสิ... ไม่เคยหวังรางวัลใหญ่และไม่เคยสนเลขท้ายสองตัว ชอบเลขท้ายสามตัว... มีลุ้นเยอะดี งวดที่ผ่านมาซื้อ X16 ตามวันเกิด.... เปิดเน็ตเห็นตัวเลข 716 รีบวิ่งลงไปดูของตัวเอง ไม่แน่ใจว่า 2 หรือ 7 ที่ไหนได้ไม่ใช่ทั้งคู่ เป็นเลข 9 ไปนู่น... อดเลย!!!!
 
หลายคืนก่อนนอนฟังลุลาร้องคู่กับพิจิกา เพลงประกอบละครที่ไม่เคยดูซักเรื่องซักตอน แต่เห็นคนว่าเพราะดี ชื่อเพลง "เผลอใจ" ... ชอบไหม? ชอบนะ หมายถึงชอบฟังเสียงของลุลา เป็นผู้หญฺงเสียงเล็กๆ ที่ละมุนหู อยากให้ร้องกล่อมก่อนนอนทุกคืนคงได้นอนฝันดี ขณะที่เพลงพี่โอ๋ที่ชอบฟังตอนก่อนนอนเหมือนกัน... มันนุ่มหูแต่เจ็บปวดใจ
 
 
ผมแวะมาปรับบล็อกเป็นระยะ... แน่นอนว่าชีวิตดำเนินไปทุกวันก็คงไม่สามารถเล่าให้ฟังได้ทุกเรื่อง แต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้รับรู้ความเป็นไปบ้าง....

อย่างน้อย... ก็แค่ผ่านมาให้รับรู้ 

นิยายบำบัด

posted on 28 May 2013 06:55 by normar
หลังแข็ง ... ปวดเอว ... ใช้ร่างกายทำงานกลางวัน แล้วเอากลางคืนมานั่งเขียนนิยาย
ข้อดีของการเขียนนิยายกลางคืนคือมันไม่อนุญาตให้หัวใจเวิ่นเว้อ
อีกประการคือหัวใจได้รับการบำบัด...
นิยายบำบัด--หากเรื่องบำบัดที่เขียนอยู่จบ(พร้อมกับอีกหลายเรื่องที่เขียนไปด้วยกัน)
รู้สึกว่าหัวใจจะได้รับการปลดปล่อย
 
...
 
แต่ขั้นตอนของการเดินทางไปให้ถึงการปลดปล่อยนั้น
ต้องผ่านการทรมานในแต่ละคืนอย่างหนักหน่วง
เพราะเรื่องราวตัวอักษรนั้นเก็บรักษาเรื่องราวเก่าเอาไว้
บางคืนที่เขียนๆๆๆๆ น้ำตาก็ไหลๆๆๆๆๆ
 
....
 
เฮ้อ..... เฮ้อ..... เฮ้อ.....
เพื่อนนักเขียนสาวคนหนึ่งบอกว่า
"เออ พอเขียนจบ ก็หมดครอสบำบัดแล้วแก หาคนใหม่
ผู้หญิงไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้่ชายก็ไม่ไร้เท่าฝูงลิง...โอเคป่ะ"
 ตอบมันไปว่า
"โอเค... จะพยายามนะ ถ้าไม่ชิงตายไปซะก่อนนิยายจบ..."
 
....
 
ทำไมน้า.... แค่เรื่องความรักถึงต้องพยายามขนาดนี้
ความรักทำไมไม่มาง่ายๆ เหมือนที่มันเคยไปง่ายๆ บ้าง????
 
....
 
ผมกำลังจะกลับไปเยือนปายอีกครั้ง แต่เป็นการไปปายครั้งแรก
งง?
นี่เป็นการไปเยือนปายในฤดูฝนหนแรก หลังจากที่ผมไปมาแล้วทั้งสองฤดูที่เหลือ
 
ปายในฤดูหนาว---
ผมไปช่วงใกล้ปีใหม่ที่นั่นกับน้องๆ กลุ่มสายหมอที่รู้จักกันด้วยความบังเอิญ
แต่ตอนนี้ก็ยังบังเอิญคบหาสมาคมกันอยู่กับบางคน
คืนวันใกล้ปีใหม่ทีนั่น มีงานประจำปีของอำเภอ
ในสายลมหนาวผมยังหอบหัวใจหนาวเหน็บกว่าไปด้วย
 
ปายในต้นฤดูร้อน---
ผมเขียนบันทึกมากมาย ในช่วงเวลาที่หัวใจบอบช้ำมากที่สุดเพิ่งผ่านไป
หอบตัวเองหนีออกจากเมืองกรุง
ย้ายชีวิตไปด้วยความหวังว่าจะได้เริ่มอะไรใหม่ๆ
และได้เรื่องราวเป็นนิยายไม่มีตอนจบกลับมา
 
ปายในฤดูฝน--
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ยังไม่ได้ไปดูหนัง "ฤดูที่ฉันเหงา"
กลิ่นไอของการไปปายคราวนี้อาจจะได้อารมณ์นั้น
จัดการจองบ้านพักที่ "ปายนาปายตา" เป็นรีสอร์ทไว้ 5 คืน
ตั้งใจจะปิดนิยาย(บำบัดตัวเอง)ก่อนกลับมาทำงานต่อ
 
....
 
พอมานั่งนึกย้อนดู
ผมเจ็บปวดกับเวลามานานเกินไป
แบกความทุกข์ไว้นานเกินไป
พอมีความรักก็ได้ใช้ความรักแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของความรัก
อาการฝังในมันเลยไม่หายขาด

"หาคนใหม่ ผู้หญิงไม่ไร้เท่าใบพุทรา"
 
คำพูดเพื่อน บางทีผมคงต้องจำคำนี้ไว้ให้แม่นๆ
.....
.....

กลับมาโคราช

posted on 18 May 2013 23:57 by normar
เว้นช่วงเขียนเป็นระยะล่ะช่วงนี้ ส่วนใหญ่สิงอยู่ที่เฟซบุ๊คกับปั่นนิยายเก่าถึงใหม่ที่เด็กดีดอทคอม ทั้งที่ตัวเองอายุไม่ได้เด็กเลย.... 555
 
มีแฟนคลับตามนิยายอยู่สองคน มีเพื่อนอยู่สามคน แต่ไม่ใช่สาระ เพราะที่สำคัญคือได้เขียนและปล่อยของ
 
งานพาให้กลับมาที่โคราชอีกแล้ว และก็มีงานใหม่แว่วเข้ามาว่าอมตะนครที่พระประแดง กับที่นิคมอุตฯกบินทร์บุรี เรียกว่าใช้เวลาชีวิตเดินสายน่าดู มาถึงโคราชเมื่อวาน อยู่ไปถึงสิ้นเดือนเป็นอย่างเร็ว ถือโอกาสนี้นัดกินข้าวกับเพื่อนที่เคยฝึกงานในห้องอาหารมาด้วยกัน
 
ส่วนที่ทำให้เราสนิทกันก็เพราะ "เงินสามพันห้า" ที่เพื่อนคนนี้ยืมจ่ายค่าห้องพักในตอนนั้น กับเหล้าที่กินกันในตอนปิดครัว เลิกจากฝึกงานในแต่ละวัน
 
ช่วงเวลาที่อยู่ในครัวนั้นผ่านไปรวดเร็วแต่ไร้คุณค่ามากจริงๆ เหมือนผมไม่มีตัวตนของตัวเอง ไม่มีความฝัน ไม่มีอนาคต ไม่มีความทรงจำ.... แต่พอทุกอย่างเป็นศูนย์ ความทรงจำที่ทำหายไประหว่างที่อยู่แต่ในครัวโคตรเจ็บปวดเลย ถึงอย่างนั้นผมก็ขอบคุณเวลาช่วงนั้นที่พาผมไปไกลถึงสมุยในช่วงหนึ่ง
 
ตอนนี้เขียนนิยายกับชิ้นงานเรื่อยเปื่อยไว้สี่ห้าเรื่องที่เด็กดีดอทคอม สนุกกับการจินตนาการแต่ข้อมูลเรื่องความสมจริงที่ใช้เวลาค้นจากวิกิฯนานกว่าช่วงเวลาที่ใช้พิมพ์ทำให้ผมหงอกอย่างรวดเร็ว 555 สงสัยใช้สมองมากไป
 
เป้าหมายชีวิตช่วงนี้คือทำงานไปเรื่อยๆ โดยมีภารกิจปิดนิยายแต่ละเรื่องในเวลาสามเดือนนับจากปีใหม่ หมายถึงตอนนี้ผมปิดคำตัวเองที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปีใหม่มาสองเดือนแล้ว นั่นหมายถึงเมื่อตอนสิ้นมีนา ผมควรจบไปหนึ่งเรืองแล้ว แต่เอาเถอะ... พยายามเขียนในวันเวลาที่งานหนักและเหนื่อย... ได้เท่านี้ก็โอเคแล้วมั้ง

ผิดไหม?

posted on 11 May 2013 00:33 by normar
ผิดไหม? ถ้าจะร้องไห้เพราะความทรงจำเก่าก่อนกลับย้อนมาอีกครั้ง
 
นั่งลงหน้าจอคอมฯ พิมพ์บางอย่างที่เคยเล่าเรื่องราวเก่าแก่ในวันเวลาหนึ่งของชีวิต
มีความสุข ความเศร้า ความไม่เข้าใจ ความผิด ความถูก...
การเกิด การดำเนินไป การจบ การจากลา.... .... ....

ผิดไหม? ที่จู่ๆ น้ำตาจะไหลออกมาโดยไม่รู้สึกเจ็บปวด
 
ขอบกระดาษเปลี่ยนเป็นสีหม่นเพราะความเก่า เรื่องราวก็เก่าจนบางคนลืมเลือนไปหมด
ทำไมความทรงจำไม่จางหาย...
ทำอย่างไรเราจะตื่นมาวันใหม่โดยไม่มีความทรงจำเหมือนหนังหลายเรื่อง
เรากลายเป็นเครื่องบันทึกความท่รงจำไว้ให้เป็นนิรันดร์อย่างนั้นหรือ
 
ผิดไหม? ถ้าความเสียใจไม่ได้เกิดจากการจำได้ว่าเรื่องราวเคยเป็นอย่างไร
ผิดไหม? ที่น้ำตาไหลเป็นทางเพราะเศร้าใจที่ใจมันยังจำ